วิธีเดินทางโดยเครื่องบินกับเด็กเล็ก

วิธีเดินทางขึ้นเครื่องบินกับเด็กเล็ก

 

สองแม่ลูกอลเวง ตะลอนทัวร์ จับลิงใส่รถเข็นกับเป้ 1 ใบ และ luggage อีก 2 ใบ รอให้นางเดินแข็งกว่านี้จะให้ลากเอง555 #เป็นลูกแม่ต้องอดทน

ขวบกว่าๆ พามาหาอาม่าและทานอาหารจีนสุดโปรดของเหว่ยหลุน..แค่หมี่ผัดกุ้งบนเครื่องก็ฟาดซะจนต้องเปลี่ยนเพิสบนเครื่องบินกันเลยทีเดียว

ปล. ใครเปลี่ยนเพิสบนเครื่องจะรู้ดีว่า...มันแคบมากกกก วงเลี้ยวในการอุ้มจะกลัวโดนหัวลูกเสียเหลือเกิน....แต่ก็รอดมาได้ทุกที.....จริงๆครั้งนี้ เหมือนไม่ใช่ครั้งแรกของนาง เหมือนกลับบ้านเกิดเพราะนางมาจากสิงคโปร์นะจ้ะ

 

วิธีพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน

 

วิธีเดินทางขึ้นเครื่องบินกับเด็กเล็ก (ยาวหน่อยนะค่ะ ใครรู้แล้วก็ข้ามๆไป)

1. เตรียมของเล่นที่นางชอบเล่นแล้วอยู่ได้นานๆไปด้วย เด็กจะเพลิดเพลินจะร้องโยเยน้อยลง

2. เตรียมน้ำ นม น้ำส้มเตรียมไปให้พร้อม ขึ้นเครื่องได้นะจ้ะ ถ้าเดินทางกับเด็กเล็กเขาอนุญาตค่ะ (ปล.เราเอาขวดน้ำ1 ขวดเลย บอกของเด็กแต่จริงๆกินทั้งครอบครัว)

3. เตรียมขนมหรืออาหารที่ทานได้สะดวกไปด้วย เผื่อว่าบนเครื่องอาหารน้องทานไม่ได้จะได้มีเสบียงไม่ให้หิวและจะได้อารมณ์ดีๆ

4. รถเข็นเด็ก ของจำเป็น เอาไว้ขนของ เอ้ย...ไว้เข็นลูกและของที่ช็อปปิ้งมาก็แขวนไว้จะได้ไม่ทรมานร่างกายเกินไปนัก สำหรับเราชอบเบาๆ เพราะสามารถขึ้นลงรถสะดวกมาก ไม่เน้นราคา ที่ใช้อยู่ 990 บาท ใช้คุ้มมากกว่าพวกราคาสูงๆอีก แถมใช้เข้า เพราะมันถูก..พังก็ไม่เสียดาย อีกอย่างเวลาโหลดลงเครื่อง พนักงานจะโยนยังไงก็ไม่ห่วง สามารถเข็นไปถึงหน้าประตูเครื่องเลยนะจ้ะ

 

วิธีเดินทางโดยเครื่องบินกับเด็กเล็ก

5. ก่อนขึ้นเครื่องจะงดนม-น้ำ และรอขึ้นเครื่องท้ายๆ เพราะธรรมชาติของเด็กจะอยู่ไม่นิ่ง หากขึ้นเครื่องเวลาตามบอร์ดดิ้งพาสจะน่าเบื่อและอยู่นิ่งๆบนเครื่องบินนานเกินไป เลยให้เดิน-วิ่งให้เต็มที่ เพื่อขึ้นเครื่องจะได้หลับแต่หากไม่หลับดูต่อไป

6. ตอนที่เข้าไปบนเครื่องอย่าเพิ่งรีบร้อนให้นม-น้ำ รอจนเครื่องขยับออกจากรันเวย์แล้วค่อยให้ก็ได้ เพื่อเวลาเครื่องบินขึ้นแล้วจริงๆ จะได้อยู่ในช่วงกินนม เพื่อเด็กจะไม่ปวดหู เคยเหมือนกันที่ให้ตั้งแต่ขึ้นเครื่อง แต่เครื่องวิ่งบนรันเวย์นานมากจนกินเสร็จแล้วยังไม่ขึ้นเลย (แต่ความจริงแล้วช่วงเครื่องลง จะปวดหูมากกว่า ยิ่งเครื่องเล็ก แรงกดอากาศจะมากกว่าเครื่องลำใหญ่..นั่นก็จะปวดหูมากกว่าเช่นกัน) **บนเครื่องบิน...สามารถขอของเล่นหรืออาหารเด็กได้นะจ้ะ (แต่Lowcost ไม่มีจ้า)

7. พอสัญญาณรัดเข็มขัดหมดลง ถ้าน้องหลับนานก็ปล่อยไป หากบินในประเทศ บางทีลงเครื่องแล้วยังไม่ตื่นก็มีเราก็จะลงแบบ happy ending มากที่ลูกไม่ร้องและไม่กวนเลย

8. แต่ถ้าไม่หลับล่ะ ก็มีอาหารบนเครื่องก้อทานให้เสร็จ แล้วพาเล่นพาเดินให้เพลินไป เดินในที่นี้ ก็อย่าไปขวางทางเดินของแอร์และสจ๊วตเขานะจ้ะ

9. หากเดินทางต่างประเทศมีใบตม.ต้องเขียนก็ทำให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บนเครื่องจะดีมาก แต่ถ้าเขาให้เขียนที่ตม.ก็ค่อยลงไปเขียนเอา

10. เมื่อใกล้ถึงเวลาจะลง (เชคจากหน้าจอ หรือถามแอร์เอาก็ได้จ้ะ) ควรเปลี่ยนแพมเพิสให้เรียบร้อย ทางที่ดีไม่ควรเปลี่บนบนเครื่อง เพราะมันแคบมากกกกก.....ควรเปลี่ยนก่อนขึ้นเครื่อง แต่ถ้าจำเป็นก็ทำให้รีบร้อยนะจ้ะ

11. หนักสุดก็ตอนเครื่องลงนี่แหละ อย่าว่าแต่เด็กเลยผู้ใหญ่ก็ปวด เมื่อสัญญาณรัดเข็มขัดให้นั่งให้เรียบร้อย..ก็เตรียมตัวให้นมกันได้เลยจ้า เพราะอยากให้หลับไปเลยจะดีมาก แต่ถ้าน้องร้องก็ปล่อยไป เพราะการร้องไห้จะเป็นการปรับความดันในหูตามธรรมชาติ แต่ต้องอดทนกับเสียงน้องกันหน่อย ซึ่งสามารถช่วยขยับนวดหูได้นะ เพราะเราเคยเป็นหวัดแล้วขึ้นเครื่อง ปวดหูมากจนต้องนวดหู ให้รูหูขยับๆ ก็ค่อยยังชั่ว

 

วิธีเดินทางโดยเครื่องบินกับเด็กเล็ก



12. เมื่อเครื่องลง หากโหลดรถเข็นหน้าเครื่อง ก็ไม่ต้องรีบร้อนลงนะจ้ะ รอให้คนลง(เกือบ)หมดก่อนแล้วเราค่อยลง เพราะกว่าพนักงานจะเอารถเข็นจากใต้เครื่องมาก็ใช้เวลาอยู่ เราเคยลงเร็ว สุดท้ายไปยื่นคอยหน้าประตู ควรเชคกับพนักงาน(บนเครื่อง)ทุกครั้ง เพราะบางทีเขาก็คืนที่สายพานก็มีของเรามีกรณีในต่างประเทศไปคืนที่สายพานก็มี

หมายเหตุ...กรณีเด็กและแม่ หรือพ่อ หรือผู้ที่เดินทางพร้อมเด็ก คนละนามสกุล ต้องนำใบสูจิบัตรและเอกสารพ่อและแม่ไปด้วย ถ่ายใส่มือถือไว้ก็ได้จ้ะ

การเตรียมพร้อมเพียงเท่านี้การเดินทางของเรากับลูกๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกต่อไปค่ะ

....เที่ยวให้สนุกนะจ้ะ .....

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Manjaaputh FP

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com